Categories
Knowledge

Tips & Trick จัดการข้อมูลขยะระดับองค์กร และการนำไปใช้

     กว่า 73% ของเสียอันตรายทั่วประเทศไทย มาจากระบบอุตสาหกรรม ส่วนใหญ่ยังไม่มีการจัดการที่เหมาะสมโดยทิ้งกระจายอยู่ภายนอกตามสิ่งแวดล้อมและทิ้งรวมกับขยะมูลฝอย แต่ทว่าไม่ใช่แค่ขยะอันตรายเพียงเท่านั้น ยังมีขยะอีกหลายประเภท ที่ยังมีการจัดการที่ไม่ดีพอ ส่งผลทั้งในเรื่องของการจัดการขยะในองค์กร และส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมเป็นอย่างยิ่ง อีกทั้งองค์กรหลายๆ แห่งยังคงใช้การจัดการขยะแบบฝังกลบอยู่ ซึ่งเป็นวิธีสุดท้ายในการจัดการขยะที่ควรทำ อย่างไรก็ตามหากมีการคัดแยกขยะแล้ว แต่ไม่มีการจัดการที่ดีพอ ก็ไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างยั่งยืน 

     ดังนั้นการแก้ไขปัญหาที่ถูกต้อง คือ การแก้ไขปัญหาที่ถูกต้อง คือ การแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุของปัญหา อย่าง “แหล่งกำเนิดขยะ” หรือก็คือคนที่ทิ้งขยะ หรือ สร้างขยะขึ้นมานั่นเอง โดยเริ่มต้นตั้งแต่แหล่งกำเนิดขยะ ในการสร้างการตระหนักรู้ มีความเข้าใจในการคัดแยกขยะ และมีวิธีจัดการขยะอย่างถูกต้อง อีกทั้งยังต้องมีการจัดการข้อมูลขยะอย่างมีประสิทธิภาพ

ข้อมูลขยะ คืออะไร?

     ข้อมูลขยะ คือ ข้อมูลที่ได้จากการจัดการขยะอย่างเป็นระบบ ด้วยวิธีการต่างๆ เช่น จดบันทึก กรอกข้อมูลใส่ระบบ เป็นต้น ยกตัวอย่าง เมื่อองค์กร หรือหน่วยงาน ได้ทำการคัดแยกขยะ แล้วจดบันทึกข้อมูลของขยะแต่ละประเภท เพื่อแยกไปกำจัด หรือ จัดการอย่างถูกต้อง 

ข้อมูลขยะ สำคัญอย่างไรกับองค์กร

     องค์กร หรือธุรกิจจำเป็นต้องมีกระบวนการรวบรวมและจัดเก็บข้อมูลผลการดำเนินงานด้านความยั่งยืน เพื่อใช้ในการติดตามและพัฒนาผลการดำเนินงาน ตลอดจนนำข้อมูลผลการดำเนินงานไปเปิดเผยและสื่อสารต่อผู้มีส่วนได้เสีย ดังนั้น ข้อมูลขยะ ถือเป็นข้อมูลสำคัญที่แสดงถึงการดำเนินงานด้านความยั่งยืนขององค์กร ในเรื่องของการจัดการกับของเสีย และการจัดการกับวัสดุรีไซเคิล จัดการกับขยะที่ต้นทาง ลดการกำจัดขยะที่ปลายทาง ลดการปลดกาซเรือนกระจกสู่ชั้นบรรยากาศ 

     นอกจากนี้ “ข้อมูลขยะ” ยังมีความสำคัญในเรื่องของการนำไปใช้เพื่อประกอบรายงานการยั่งยืน (Sustainability Report) เป็นเอกสารที่เปิดเผยข้อมูลการดำเนินงานด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญอย่างหนึ่งขององค์กร ที่แสดงถึงค่านิยมและรูปแบบการกำกับดูแลขององค์กร อีกทั้งยังแสดงให้เห็นถึงความเชื่อมโยงระหว่างกลยุทธ์และความมุ่งมั่นในการสร้างเศรษฐกิจโลกที่ยั่งยืน

จัดการข้อมูลขยะด้วย GEPP Platform

     แบ่งข้อมูลขยะที่นำเข้าระบบออกจากกันตามประเภทของการจัดการขยะ เช่น ขยะรีไซเคิล แยกออกแล้วส่งไปรีไซเคิล ขยะอินทรีย์แยกออกนำไปหมักเป็นปุ๋ย ขยะที่ต้องนำไปฝังกลบ เนื่องจากไม่สามารถจัดการได้ตามธรรมชาติ แต่วิธีนี้จะเลือกเป็นวิธีสุดท้ายในการจัดการขยะ  ข้อมูลขยะจะถูกบันทึกเข้าระบบ GEPP Plarform แล้วสร้างเป็นรายงานได้ในรูปแบบ PDF 

ตัวอย่างรายงานจาก GEPP Platform

ข้อมูลภาพรวมลงลึกถึงชนิดขยะและวัสดุรีไซเคิล แบบเป็นรายเดือน จาก GEPP Platform

  1. ปกรายงาน ระบุเดือนที่เลือกนำข้อมูลมาใช้งาน

       2. สรุปปริมาณรวมของประเภทขยะ กับวัสดุรีไซเคิล เป็นสัดส่วน และ Trend line เทียบกับเดือนอื่นๆ

       3. สรุปปริมาณก๊าซเรือนกระจกรวมของวัสดุรีไซเคิลเป็นกราฟ และ Trend line เทียบกับเดือนอื่นๆ

4. สรุปปริมาณ วัสดุรีไซเคิลเป็นประเภทหลัก คือ พลาสติก กระดาษ แก้ว ที่ยังไม่แยกเป็นชนิดย่อย

สิ่งที่ได้รับเมื่อร่วมงานกับ GEPP Sa-Ard

ด้านการจัดการ “ขยะ”

  1. สร้างความรู้ความเข้าใจให้คนในองค์กรหรือหน่วยงาน ในการคัดแยกขยะ ผ่านการอบรมจาก GEPP Sa-Ard
  2. การจัดการขยะที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ช่วยลดเวลาในการจัดการ เพิ่มรายได้ มีความสะอาดและความเป็นระเบียบมากยิ่งขึ้น

ด้านการจัดการกับ “ข้อมูลขยะ”

  1. นำข้อมูลขยะไปพัฒนาในด้านของการจัดการขยะ ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
  2. สามารถนำข้อมูลที่ได้จากการจัดการขยะไปใช้เพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดีในเรื่องของสิ่งแวดล้อม ได้ในกรณีที่เป็นองค์กร หน่วยงาน หรือแบรนด์สินค้า 
  3. นำข้อมูลที่ได้รับจากการจัดการขยะไปประกอบรายงานเพื่อความยั่งยืน (Sustainability Report)
  4. รับรายงานที่เป็นมาตรฐานสากล GRI 306:2020 ที่ GEPP Sa-Ard ได้รับเพียงเจ้าเดียวในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

สรุป

     การจัดการข้อมูลขยะ ที่เป็นสิ่งสำคัญสำหรับองค์กรเนื่องจาก “ข้อมูลขยะ” เป็นข้อมูลสำคัญที่นำไปประกอบรายงานเพื่อความยั่งยืน (Sustainability report) ได้ รายงานความยั่งยืนเป็นช่องทางสำคัญในการดึงดูดผู้ลงทุนและเพิ่มความเชื่อมั่นให้ธุรกิจ อีกทั้งเป็นปัจจัยสำคัญที่กระตุ้นให้แนวคิดการลงทุนที่ยั่งยืน (Sustainable Investment) แพร่หลายอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้การจัดการกับข้อมูลขยะ ยังช่วยให้สามารถพัฒนาการจัดการขยะได้อีกด้วย

Categories
Knowledge

GEPP Sa-Ard X SINGHA แยกแลกเงินกับโครงการ เก็บ “Save” โลก

     ปัญหาขยะที่ตกค้างอยู่ในสิ่งแวดล้อมมักเกิดจากผู้บริโภคที่ไม่ได้คัดแยกขยะ ไม่มีความเข้าใจในการรีไซเคิล และมีการจัดการขยะที่ไม่ถูกต้อง โดยขยะที่ไม่ได้มีการจัดการที่ดีพอมักถูกนำไปฝังกลบรวมกัน ทำให้ใช้เวลาในการย่อยสลายนานนับร้อยปี สิ้นเปลืองงบประมาณและพื้นที่ฝังกลบ นอกจากนี้ ปัญหาการทิ้งขยะพลาสติกกระจัดกระจายทั่วไป มักก่อให้เกิดปัญหาการอุดตันตามท่อระบายน้ำ ทำให้เกิดปัญหาน้ำท่วม ปัญหาขยะลอยในแม่น้ำ ลำคลอง บางส่วนไหลลงสู่ทะเล ก่อให้เกิดปัญหาเศษขยะพลาสติกและไมโครพลาสติก พบการแพร่กระจายในทะเลทั่วโลก ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศทางทะเล

     ด้วยปัญหาเหล่านี้เอง SINGHA ร่วมกับ GEPP Sa-Ard จึงจัดทำ โครงการ เก็บ “Save” โลก ส่งเสริมให้ทุกคนมีความรู้ความเข้าใจในการคัดแยกขยะ และแยกขยะได้อย่างมีประสิทธิพร้อมสร้างรายได้ให้กับตัวเอง อีกทั้งยังประหยัดค่าใช้จ่ายได้อีกด้วย เพราะนอกจากจะได้รับเงินจากการนำขยะรีไซเคิลมาขายแล้ว ยังได้คะแนนเพื่อนำไปแลกของรางวัลได้อีกต่อด้ว

ราคารับซื้อวัสดุรีไซเคิล

ในการขายวัสดุรีไซเคิลนั้น จะมีเจ้าหน้าที่จาก GEPP Sa-Ard ไปรับวัสดุรีไซเคิลถึงที่ พร้อมให้ราคาที่สูงกว่าตลาดทั่วไป และจะมีการสะสมคะแนนจากการขายขยะพลาสติก โดยอัตราการได้รับคะแนนอยู่ที่ 1 กิโลกรัม ต่อ 10 คะแนน ซึ่งสามารถนำไปใช้แลกของรางวัลได้ตามภาพด้านล่าง

สะสมคะแนนแลกของรางวัล

     สร้างรายได้เสริมง่ายๆ ด้วยการแยกขยะ และขายวัสดุรีไซเคิล คะแนนที่สะสมได้จะนำเข้าสู่ระบบของ GEPP Sa-Ard ผ่านแอปพลิเคชัน GEPP REWARDS ดาวโหลดได้แล้ววันนี้ทั้ง IOS และ Android ทั้งนี้แอปพลิเคชันยังแสดงปริมาณคาร์บอนฟุตปริ้นท์ที่คุณลดได้ และติดตามผลงานการจัดการขยะของตัวเองผ่านแอปพลิเคชัน

ใครบ้างที่เหมาะกับโครงการนี้

  1. มีขยะพลาสติก หรือวัสดุรีไซเคิลต้องจัดการเป็นจำนวนมาก
  2. ไม่มีเวลาจัดการกับวัสดุรีไซเคิล หรือไม่มีคนมารับ
  3. จัดการวัสดุรีไซเคิลเป็นประจำอยู่แล้ว แต่ต้องการความสะดวกมากขึ้น

หากคุณมีวัสดุรีไซเคิล และพลาสติกมากมาย แต่ไม่มีคนมารับ ขาดแรงกระตุ้น เข้าร่วมโครงการกับเรา

Categories
Knowledge

ลด และ แยกขยะที่ต้นทาง เพื่อแก้ไขปัญหาขยะอย่างยั่งยืน

     “ขยะไม่ใช่ผู้ร้าย” แต่การจัดการต่างหากที่ส่งผลให้ขยะเป็นผู้ร้าย ขยะจะกลายเป็นสิ่งที่มีมูลค่า หรือจะกลายเป็นมลพิษ ขยะเหล่านี้สามารถเป็นได้ทุกอย่าง ทั้งวัสดุรีไซเคิล ปุ๋ย หรือแม้กระทั่งพลังงาน ทุกอย่างเริ่มต้นที่การจัดการขยะที่ต้นทาง สามารถช่วยลดภาระงบประมาณ สร้างรายได้ อีกทั้งยังลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากการกำจัดขยะที่ปลายทาง และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการกำจัดขยะอีกด้วย

   กทม. สสส. และสถาบันวิจัยสภาวะแวดล้อมจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและภาคีเครือข่าย ได้จัดทำโครงการพัฒนาเขตนำร่องการจัดการขยะมูลฝอยที่ต้นทางอย่างยั่งยืนในกรุงเทพมหานคร จัดขึ้นภายใต้แนวคิดการจัดการขยะเหลือศูนย์ (Zero-waste), แนวคิดโรงเรียนปลอดขยะ (Zero-waste school), แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy), แนวคิดสำนักงานสีเขียว (Green office)  โดยมีระยะเวลาโครงการตั้งแต่ มกราคม 2566 ถึง มีนาคม 2567

 

มีวัตถุประสงค์โครงการ ดังนี้

  1. พัฒนาระบบการจัดเก็บขยะแบบแยกประเภทและระบบข้อมูลกลาง
    พัฒนาระบบการจัดเก็บขยะแบบแยกประเภท, ระบบข้อมูลกลางและการแสดงผล, การจัดการขยะที่ต้นทางในเขตนำร่อง ปทุมวัน และหนองแขม
  2. ส่งเสริมแหล่งกำเนิดลดการสร้างขยะและคัดแยกขยะ
    ส่งเสริมแหล่งกำเนิดขยะสำคัญในเขตปทุมวันและหนองแขม ได้แก่ โรงเรียน วัด ชุมชน (หมู่บ้านจัดสรร, คอนโดมิเนียม) อาคารสำนักงาน โรงแรม เป็นต้น (ไม่น้อยกว่า 42 องค์กรต่อเขต) ให้เข้าใจและรับรู้ในการแยกขยะจากต้นทาง
  3. พื้นที่ต้นแบบการกำจัดขยะอินทรีย์
    – มีปลายทางรองรับขยะอินทรีย์โดยเฉพาะขยะอาหารจากแหล่งกำเนิดขยะ ในเขตหนองแขมขนาด 1 ตันต่อวัน
    – กรุงเทพมหานครมีศูนย์สาธิตและแหล่งเรียนรู้การกำจัดขยะอินทรีย์ด้วยการเลี้ยงหนอนแมลงทหารดำ

ประโยชน์ที่ได้รับจากการจัดการขยะจากต้นทาง

  1. สร้างภาพลักษณ์การเป็นองค์กร/หน่วยงานที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสามารถนำไปใช้ในการสื่อสารด้านความยั่งยืนขององค์กร (สำหรับผู้ประกอบการ ถือเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับแบรนด์)
  2. ลดค่าใช้จ่าย 1) ลดค่ากำจัดขยะ 2) ลดการซื้อวัตถุดิบจากการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและหมุนเวียนทรัพยากร
    เช่น การทำปุ๋ยหมักจากเศษอาหารมาปลูกผัก ทำให้ไม่ต้องซื้อผักและได้วัตถุดิบปลอดภัยไร้สารพิษ การทำน้ำยาอเนกประสงค์จากเปลือกผลไม้ เป็นต้น
  3. เพิ่มรายได้จากการขายวัสดุที่ผ่านการคัดแยก
  4. แบ่งปันทรัพยากรให้กับชุมชนรอบข้าง

สิ่งที่องค์กรจะได้รับจากโครงการ

  1. ค่าที่ปรึกษาช่วยจัดอบรมเรื่องการจัดการขยะให้กับคนในองค์กรและให้ความรู้และคำแนะนำแก่คณะทำงาน (ตลอดโครงการ ไม่มีค่าใช้จ่าย)
  2. เชื่อมต่อปลายทางของขยะและวัสดุประเภทต่างๆ ทั้งกรุงเทพมหานครและภาคเอกชน
  3. ได้รับการสนับสนุนป้าย สติ๊กเกอร์ สื่อรณรงค์และวัสดุอุปกรณ์ส่งเสริมการลดและคัดแยกขยะ (ตามวงเงินที่กำหนด)
  4. สนับสนุนค่าอาหารว่างจัดประชุม ค่าของที่ระลึกหรือของรางวัลให้กับผู้เข้ารับการอบรม (ตามวงเงินที่กำหนด)
  5. นำข้อมูลการจัดการขยะขององค์กรจาก GEPP Platform ไปใช้จัดทำรายงานหรือนำเสนอเพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดีขององค์กร โดย platform จะมีการคำนวณการลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการจัดการขยะด้วยหลักการโครงการ LESS
  6. แสดงข้อมูลหน่วยงาน/องค์รในเขตนำร่องที่มีการดำเนินการลดและคัดแยกขยะ ในเว็บไซต์โครงการของ กทม.
  7. ได้รับใบประกาศเกียรติคุณจากกรุงเทพมหานคร

ประเภทแหล่งกำเนิดขยะที่รับสมัคร
1. สถานศึกษา (สังกัด สพฐ. โรงเรียนเอกชน วิทยาลัย มหาวิทยาลัย) 2.ชุมชนแออัด 3.ชุมชนเมือง (ตึกแถว) 4.ชุมชนหมู่บ้านจัดสรร 5.ชุมชนอาคารสูง (คอนโด แฟลต อพารท์เม้นท์) 6.วัด 7.อาคารสำนักงาน (เฉพาะบริษัทที่เป็นเจ้าของอาคารที่มีผู้เช่ามากกว่า 10 ราย) 8.บริษัทเอกชน ห้างร้าน โรงแรม (รวมสำนักงานเขต)

ขั้นตอนการดำเนินงาน กิจกรรมที่ 1

เตรียมความพร้อมของภาคีที่ปรึกษาและพัฒนาระบบข้อมูลกลางและการแสดงผลการจัดการขยะที่ต้นทาง

  1. จัดทำ data platform รวบรวมสื่อคู่มือ คลิป VDO ต่าง ๆ
  2. ประสานเตรียมความพร้อมของขยะแต่ละประเภท
  3. จัด Workshop ภาคีที่ปรึกษาที่เข้าร่วมโครงการ
  4. GEPP เริ่มพัฒนาฐานข้อมูล dashboard และเก็บข้อมูล waste collectors
  5. ส่วนกลางออกแบบ platform การทำงานภายในและประชาสัมพันธ์การดำเนินโครงการ
  6. นำเสนอผลการดำเนินโครงการจัดเวทีถอดบทเรียน

ระบบการจัดการข้อมูลขยะ

– รวบรวมข้อมูลวัสดุรีไซเคิลจากหลายๆ ระบบ
– ปรับข้อมูลให้เป็นพื้นฐานเดียวกัน เช่น คำเรียกประเภทวัสดุ เป็นต้น
– รวบรวมข้อมูลขยะประเภทอื่นๆ แต่ละประเภท ให้เข้าใจง่าย
– วิเคราะห์ ติดตามข้อมูลในภาพรวม และง่ายต่อการนำไปใช้งาน

ขอบเขตโครงการฯ

  1. พื้นที่เขตนำร่อง 2 เขต
  2. ระยะเวลาการดำเนินการ 15 เดือน
  3. จัดเก็บและระเบียบข้อมูลของร้านรับซื้อวัสดุรีไซเคิลในกรุงเทพฯ
  4. ข้อมูลจัดเก็บจาก
    1. แหล่งกำเนิดขยะ มากถึง 100 จุด (ในเขตนำร่อง)
    2. ฝ่ายจัดเก็บ (เขต)
    3. โครงการต่าง ๆ ในพื้นที่, Start-up ที่จัดเก็บวัสดุรีไซเคิล

แนวทางการบันทึกข้อมูล และการนำเสนอข้อมูลขยะ

ขั้นตอนการดำเนินงาน กิจกรรมที่ 2 และ 3 

ส่งเสริมแหล่งกำเนิดขยะสำคัญในเขตนำร่องปทุมวันและหนองแขมให้พัฒนาระบบรองรับการลดการสร้างขยะและคัดแยกขยะ

  1. ประชาสัมพันธ์เปิดรับสมัครแหล่งกำเนิดขยะเข้าร่วมโครงการ
  2. คัดเลือกแหล่งกำเนิดขยะที่เข้าร่วมโครงการ
  3. ภาคีที่ปรึกษาเริ่มทำงานกับแหล่งกำเนิดขยะตามแนวทางที่กำหนด
  4. ภาคีร่วมประชุมกับส่วนกลางเพื่อติดตามประเมินผลทุก 3 เดือน

ขั้นตอนการดำเนินงาน กิจกรรมที่ 4

พัฒนาพื้นที่ต้นแบบการกำจัดขยะอินทรีย์ด้วยการเลี้ยงหนอนแมลงทหารดำ ที่เขตหนองแขม โดยมีเป้าหมายกำจัดขยะอินทรีย์วันละ 1 ตัน

  1. จัดหาพื้นที่สำหรับสร้างศูนย์สาธิต และแหล่งเรียนรู้การกำจัดขยะอินทรีย์
  2. ออกแบบและจัดสร้างโรงเรือนและจัดเตรียมวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ ภายในโรงเรือนเพาะเลี้ยง และกำจัดขยะอินทรีย์
  3. ประสานความร่วมมือภาคบริการอาหารในการคัดแยกขยะอินทรีย์จากต้นทาง
  4. บริษัทเจเนซิสเอ็กซ์จำกัดจะเป็นผู้ดูแลการจ้างเจ้าหน้าที่และดำเนินการเพาะเลี้ยงหนอน
  5. จำหน่ายผลผลิต
  6. นำข้อมูลที่จัดเก็บมาวิเคราะห์ข้อมูลและประเมินผล
  7. เริ่มประชาสัมพันธ์เพื่อเปิดรับการดูงานให้กับเกษตรกร องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และประชาชนทั่วไปที่สนใจ

สรุป

    โครงการนี้จัดทำขึ้นเพื่อแก้ไขปัญหาขยะอย่างยั่งยืน  โดยการจัดการขยะที่ต้นทาง สามารถช่วยลดภาระงบประมาณ สร้างรายได้  และลดผลกระทบสิ่งแวดล้อมจากการกำจัดขยะที่ปลายทาง ทำให้ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการกำจัดขยะ การจัดการขยะด้วยข้อมูลสร้างผลประโยชน์ให้กับทั้งสิ่งแวดล้อม และผลประโยชน์ภายในองค์กร ทั้งในเรื่องของการนำข้อมูลไปพัฒนาการจัดการขยะ หรือการนำข้อมูลขยะไปใช้เพื่อทำรายงานความยั่งยืน พร้อมสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับองค์กรหรือหน่วยงาน ไม่ว่าจะเป็นองค์กรขนาดเล็ก หรือใหญ่ โรงเรียน หมู่บ้าน หรือคนโด ก็สามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือโลกของเราได้ 

Categories
Knowledge

รายงานขยะมาตรฐาน GRI คืออะไร สำคัญอย่างไรกับการบริหารขยะระดับองค์กร

    ปัจจุบันการแยกขยะในองค์กรนั้นมีอุปสรรค์ในการรายงานข้อมูลขยะอย่างเป็นระบบ เนื่องจากปัญหาทางด้านต่างๆ เช่น ตัวชี้วัดที่ไม่ชัดเจน? การแยกขยะให้ถูกต้องตามหมวดหมู่? ไม่มีความเข้าใจในเรื่องของการแยกขยะ เป็นต้น 

    ซึ่งทำให้การจัดทำรายงานเพื่อให้สามารถนำไปใช้ต่อได้ในเชิงธุรกิจทำได้ยาก อีกทั้งยังจำเป็นต้องมีมาตรฐานรองรับอีกด้วย โดยมาตรฐานที่มีการรองรับในระดับสากล คือ GRI306:2020 และการจะทำรายงานให้ตรงตามมาตรฐานของ GRI ได้ ไม่ใช่เรื่องง่าย ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจความหมายของ GRI ก่อน จำเป็นต้องใช้ข้อมูลอะไรบ้าง ไปทำความรู้จักกับ GRI และ GEPP Platform ตัวช่วยให้การทำรายงานขยะง่ายขึ้น

GRI คือใคร

    GRI ย่อมาจากคำว่า Global Reporting Initiative เป็นองค์กรอิสระระหว่างประเทศที่ช่วยเหลือให้องค์กรธุรกิจภาครัฐ หรือองค์กรอื่น ๆ ที่สนใจสามารถทำความเข้าใจและสื่อสารผลการดำเนินงานด้านความยั่งยืนของภาคธุรกิจ รวมถึงสื่อสารผลกระทบของภาคธุรกิจต่อประเด็นความยั่งยืน และวิธีการจัดการ เช่น การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สิทธิมนุษยชน และคอร์รัปชัน GRI ยังถือเป็นกรอบการรายงานความยั่งยืนที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในขณะนี้ เนื่องจากมีตัวชี้วัดการรายงานที่เข้าใจง่าย ชัดเจน และไม่ซับซ้อน เหมาะกับองค์กรทุกประเภท ทุกขนาด และทุกอุตสาหกรรม

มาตรฐาน GRI คืออะไร?

    มาตรฐาน GRI ออกแบบมาเพื่อให้องค์กรใช้ในการรายงานเกี่ยวกับผลกระทบต่อเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และสังคม ประกอบด้วย 2 ส่วน คือ

  1. ข้อมูลพื้นฐานการรายงาน (Universal Standards) ได้แก่ ข้อมูลบริษัท การกำกับดูแลกิจการ กลยุทธ์องค์กร ความเสี่ยง ประเด็นสำคัญของธุรกิจ (Material Aspects)และการวิเคราะห์ผู้มีส่วนได้เสีย (Stakeholder Analysis)

      2. ข้อมูลเฉพาะที่ครอบคลุมประเด็นเศรษฐกิจ(GRI200),  สิ่งแวดล้อม(GRI300) และ สังคม(GRI400)  (Topic-specific Standards)

GRI 306:2020 หรือ GRI 306: Waste 2020  คืออะไร

   GRI 306 (Waste) จัดเป็นกลุ่มย่อยของ GRI 300 ซึ่งเป็นประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม 1 ใน 3 ประเด็นหลัก จากมาตรฐานของ GRI ประกอบด้วย ข้อมูลเฉพาะที่ครอบคลุมประเด็นเศรษฐกิจ(GRI200),  สิ่งแวดล้อม(GRI300) และ สังคม(GRI400) ดังนั้น GRI 306: Waste จึงมีความสอดคล้องกันในเรื่องของการทำรายงานเพื่อความยั่งยืนเกี่ยวกับหัวข้อของการจัดการของเสีย เช่น การจัดการขยะ หรือการจัดการของเสีย เป็นต้น 

   ทั้งนี้หากต้องการทำรายงานที่ได้รับมาตรฐาน GRI 306:2020 ทาง Gepp Sa-Ard เรามีระบบการจัดการข้อมูลขยะแบบ Cloud-based โดย GEPP และ GEPP Application ที่ช่วยให้ง่ายต่อการทำรายงานขยะ สามารถเข้าถึงข้อมูล การจัดการขยะจากทุกที่และทุกเวลา จัดการขยะภายใน และภายนอกองค์กร โดยสามารถระบุแหล่งกำเนิด > แยกขยะและวัสดุ > ระบุการกำจัด > ข้อมูลและรายงาน โดยระบบจัดการข้อมูลขยะจาก GEPP ยังได้รับรองด้วยมาตรฐาน GRI 306: Waste 2020 ที่ถูกยอมรับเป็นมาตรฐานสากลอีกด้วย สามารถติดต่อขอใช้เวอร์ชันทดลองได้แล้วที่นี่

รายงานด้านความยั่งยืนเกี่ยวข้องกับรายงานขยะอย่างไร?

   การจัดทำรายงานความยั่งยืนของภาคธุรกิจนับว่ามีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง เพราะถือเป็นเครื่องมือดึงดูดเเละกระตุ้นการลงทุนที่ยั่งยืน (sustainable investment) รวมถึงช่วยสร้างความเชื่อมั่นต่อผู้บริโภคที่มีแนวโน้มให้ความสำคัญกับการเลือกใช้สินค้า และบริการที่มีกระบวนการผลิตสอดคล้องกับความยั่งยืนมากขึ้น

   การทำรายงานขยะนั้น จัดอยู่ในการเรื่องของการทำรายงานเพื่อความยั่งยืน (Sustainability Report) ในหัวข้อสิ่งแวดล้อม(GRI300) ซึ่งรายงานนี้เป็นเอกสารที่เปิดเผยข้อมูลการดำเนินงานด้านเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และสังคม ที่องค์กรจัดทำขึ้นเพื่อสนองความต้องการของผู้ถือหุ้น ลูกค้า ชุมชน และผู้มีส่วนได้เสียอื่น ที่รายงานทางการเงินเพียงอย่างเดียวไม่สามารถสะท้อนข้อมูลผลประกอบการโดยรวม ได้อย่างครบถ้วน

ขั้นตอนการเขียนรายงานการยั่งยืนด้วยมาตรฐาน GRI

  1. Prepare – การเตรียมการภายในองค์กรให้พร้อม เพื่อการจัดทำแผนปฏิบัติการร่วมกับฝ่ายจัดการเกี่ยวกับกระบวนการรายงานและขอบเขตประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืน
  2. Engage – ร่วมพูดคุย หารือกับผู้มีส่วนได้เสียทั้งภายนอก และภายในองค์กร ได้มีส่วนร่วมในประเด็นและผลกระทบด้านความยั่งยืนที่สำคัญ
  3. Define – กำหนดเป้าหมายในการทำรายงานหลังจากที่ได้รับฟังเสียงสะท้อนในองค์กร และข้อแนะนำจากภายนอกองค์กร 
  4. Monitor – วัดผลและติดตามตัวบ่งชี้ประสิทธิภาพด้านความยั่งยืนที่สำคัญ และข้อมูลที่ได้ต้องมีคุณภาพ มีความน่าเชื่อถือ 
  5. Communicate – ลงมือเขียนรายงาน เพื่อรายงานด้านสิ่งแวดล้อม และศักยภาพด้าน เศรษฐกิจ ให้ผู้มีส่วนได้เสียรับทราบ

ทำรายงานขยะด้วย Gepp Platform

   เราเป็นตัวกลางให้เรื่องของข้อมูลเป็นเรื่องง่ายกับแพลตฟอร์มในการจัดการขยะสำหรับองค์กร เพียงกรอกข้อมูลของขยะในแต่ละครั้งที่ถูกจัดเก็บ ระบบจะประมวลผล และคุณสามารถดาวน์โหลดข้อมูลรายงานใช้ได้เลย ที่สำคัญจะอยู่ภายใต้มาตรฐาน GRI 306:2020 อย่างถูกต้อง ติดต่อเพื่อทดลองใช้ Gepp Platform ได้ที่นี่

ข้อดีของการทำรายงานขยะด้วย Gepp Platform ที่ได้รับมาตรฐาน GRI 306:2020

  1. ระบบบันทึกข้อมูลการคัดแยกขยะ
  2. ระบบประมวลข้อมูลเข้าสู่ระบบการรายงานผลตาม GRI 306:2020
  3. ระบบ export รายงานเป็นไฟล์ .pdf ได้เลย
  4. พร้อมรายงานการลดก๊าซเรือนกระจก และการลดปริมาณขยะฝังกลบ
  5. ช่วยจัดการขยะภายในองค์กรให้เป็นระเบียบ
  6. ลดค่าใช้จ่ายในการจัดการขยะภายในองค์กร

ข้อควรรู้เกี่ยวกับ GRI Standard 

   KPMG Survey of Sustainability Reporting (เผยแพร่ 26 ตุลาคม) ผลการสำรวจล่าสุดเปิดเผยว่า การรายงานความยั่งยืนได้เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง บริษัท 250 อันดับแรกของโลกหรือที่รู้จักกันในชื่อ G250 เกือบทั้งหมดจัดทำรายงานความยั่งยืน ในขณะเดียวกัน มีการรายงานเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอจากกลุ่ม N100 เช่นกัน (บริษัท 100 อันดับแรกในแต่ละประเทศหรือเขตการปกครองที่นำมาวิเคราะห์)

จากผลการวิจัยในปี 2565 ค้นพบว่า:

  •  ปัจจุบัน 78% ของกลุ่ม G250 ใช้มาตรฐาน GRI สำหรับการรายงาน (เพิ่มขึ้นจาก 73% ในปี 2020)
  • 68% จาก 5,800 บริษัท N100 ใช้ GRI (เพิ่มขึ้นจาก 67% ในปี 2020 เมื่อ N100 มีขนาดตัวอย่างเล็กลง);
  • โดยรวมแล้ว 96% ของ G250 (ไม่เปลี่ยนแปลงจากปี 2020) และ 79% ของ N100 (77% ในปี 2020) รายงานเกี่ยวกับความยั่งยืนหรือ ESG
  • มีการเปิดเผยข้อมูลการลดคาร์บอนอย่างกว้างขวาง (80% ของ G250 และ 71% ของ N100) – แต่ยังไม่ถึงครึ่ง (46% ของ G250, 40% ของ N100) รายงานเกี่ยวกับความหลากหลายทางชีวภาพ
  • เกือบ 3 ใน 4 ของผู้ตอบแบบสำรวจ (74% ของ G250, 71% ของ N100) รายงานเกี่ยวกับ SDGs 
  • GRI นำเสนอมาตรฐานการรายงานเดียวที่ใช้โดยบริษัทส่วนใหญ่ที่ทำการสำรวจในทุกภูมิภาค (75% ในอเมริกา 68% ในเอเชียแปซิฟิกและยุโรป 62% ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และแอฟริกา)

สรุป

   “รายงานการจัดการขยะ” มีประโยชน์อย่างมากทั้งด้านใช้บริหารจัดการขยะภายในองค์กร และยังเป็นรายงานเพื่อความยั่งยืนได้อีก ซึ่งมีความสำคัญต่อองค์กร และภาคธุรกิจเป็นอย่างมาก เพราะถือเป็นเครื่องมือดึงดูดเเละกระตุ้นการลงทุนที่ยั่งยืน (sustainable investment) รวมถึงช่วยสร้างความเชื่อมั่นต่อผู้บริโภคที่มีแนวโน้มให้ความสำคัญกับการเลือกใช้สินค้า และบริการที่มีกระบวนการผลิตสอดคล้องกับความยั่งยืนมากขึ้น 

   สำหรับองค์กรหรือธุรกิจที่มองหาโอกาสเพิ่มเงินทุน จำเป็นต้องทำรายงานเพื่อความยั่งยืน เพราะในปัจจุบันตลาดเงินตลาดทุนทั่วโลกได้ให้ความสำคัญกับการสนับสนุนการลงทุนที่ยั่งยืนมากขึ้น สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาความยั่งยืน (Sustainable Development Goals:SDGs) ของ UN โดยเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนดังกล่าว จะถูกใช้เป็นเครื่องกำหนดทิศทางการพัฒนาทั้งของไทยและของโลกนับจากนี้จนถึงปี 2573

Categories
Knowledge

หยุดกรอก Excel! เปลี่ยนการรวบรวมข้อมูลขยะให้เป็นเรื่องง่าย ด้วย GEPP Platform

    การจัดการกับข้อมูลขยะเป็นเรื่องที่ยาก มีความซับซ้อนมาก โดยปกติแล้ววิธีที่เราจัดการกับข้อมูลขยะ ถ้าไม่จดใส่กระดาษ ก็กรอกเข้า Excel ซึ่งในบางครั้งก็เกิดปัญหาข้อมูลตกหล่นระหว่างทาง ทำให้การเก็บข้อมูลขยะอาจมีการคลาดเคลื่อนได้ไม่ตรงกับความเป็นจริง แต่จะดีกว่าไหม ถ้าหากมีเครื่องมือที่จะเข้ามาช่วยให้การจัดการข้อมูลขยะนั้นง่ายขึ้น GEPP Sa-Ard เราขอแนะนำให้รู้จักกับ GEPP Platform ระบบจัดบริการจัดการข้อมูลขยะ ที่ช่วยทำให้การจัดการข้อมูลขยะเป็นเรื่องง่าย

ข้อมูลขยะสำคัญอย่างไร?

    ข้อมูลขยะอาจฟังดูไกลตัวสำหรับครัวเรือน แต่กับภาคธุรกิจ การจัดการข้อมูลขยะนั้นสำคัญไม่น้อยไปกว่าขั้นตอนการจัดการขยะเอง เพราะถือเป็นการยกระดับมาตรฐานทั้งภายในและภายนอกองค์กร ที่ธุรกิจยุคใหม่จะมองข้ามไปไม่ได้ ยกตัวอย่างเช่น การใช้รายงานความยั่งยืนเพื่อเป็นเอกสารประกอบสำหรับการเข้าสู่ตลาดทุน เพราะในปัจจุบันสถาบันการเงินต่างๆนั้น มีนโยบายให้บริษัทที่ต้องการเข้าถึงเงินทุนจัดทำเอกสารเรื่อง ESG เป็น SD Report หรือรายงานความยั่งยืน เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบาย เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้ธุรกิจของคุณนั้นเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่ายขึ้น

      โดย GEPP Platform นั้นเป็นช่วยที่ทำให้การทำรายงานนั้นง่าย และได้มาตรฐาน เพียงแค่กรอกข้อมูลขยะผ่าน GEPP Platform ก็สามารถ Export เป็นไฟล์รายงานที่ได้รับมาตรฐาน GRI306:2020 ซึ่งเป็นมาตรฐานสากล ที่ได้รับการยอมรับจากทั่วโลก นอกจากนี้ข้อมูลขยะสามารถนำไปพัฒนาต่อยอดการจัดการขยะให้ดีขึ้นได้ อีกทั้งยังลดค่าใช้จ่าย ลดเวลาในการจัดการได้มากขึ้นอีกด้วย

GEPP Platform คืออะไร?

      คือ ระบบการจัดการข้อมูลขยะแบบ Cloud-based สามารถใช้งานได้ทุกที่ผ่าน Internet Browser ช่วยจัดการข้อมูลขยะ และวัสดุรีไซเคิล ที่ช่วยให้คุณสามารถจัดการข้อมูลขยะอย่างเป็นระบบ, นำเสนอข้อมูลขยะให้เข้าใจง่ายผ่าน Data Visualization, ติดตามปลายทางการจัดการขยะ (Traceability) ตลอดจนสามารถควบคุมดูแลงบประมาณที่ใช้ในการจัดการขยะได้อีกด้วย

GEPP Platform ช่วยให้การจัดการข้อมูลขยะง่ายขึ้นได้อย่างไร?

GEPP Sa-Ard เล็งเห็นถึงความสำคัญในการจัดการข้อมูลขยะที่คุณมีอยู่ ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด

ข้อมูลเป็นระบบ

GEPP Platform แบ่งข้อมูลขยะที่นำเข้าระบบออกจากกันตามประเภทของการจัดการขยะเช่น ขยะรีไซเคิล ขยะที่ต้องนำไปฝังกลบ ช่วยให้คุณสามารถลดระยะเวลาจัดการข้อมูลที่วุ่นวายได้อย่างมาก

Data Visualization

ลดขั้นตอน วิเคราะห์ สังเคราะห์ข้อมูล ที่อาจเกิด Human Error ลง ด้วยระบบประมวณผลและแสดงผลข้อมูลขยะในรูปแบบ Data Visualization ที่เข้าใจง่ายผ่าน Dashboard

One Click Report

รายงานขยะต้องทำอย่างไร? คือปัญหาคลาสสิคที่ลูกค้าของเราพบเจอ แต่ปัญหานี้จะหมดไปเพราะ GEPP Platform  ช่วยให้คุณสามารถสร้างรายงานรูปแบบมาตรฐาน (Standard Report) ได้ง่ายเพียงคลิกเดียว และเรายังได้รับการจดสิทธิบัตรรับรองการทำรายงานมาตรฐาน GRI ที่ผ่านการรับรองเพียงรายเดียวในประเทศไทย และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ข้อมูลของเราได้รับการตรวจสอบโดยผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการของเสียเพื่อให้คุณได้รับรายงานที่มีข้อมูลถูกต้องแม่นยำ

ติดตามสถานะของขยะรีไซเคิลด้วย GEPP Platform

        ด้วย GEPP Platform คุณสามารถติดตามปลายทางของขยะรีไซเคิลที่ส่งเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิล หรือการฝังกลบ ผ่านระบบ Traceability  ที่สามารถตรวจสอบได้ว่าปลายทางที่ขยะจะไปถึงนั้นอยู่ที่ไหน ป้องกันการฟอกเขียว (greenwashing) หรือก็คือ การสร้างภาพลักษณ์ว่าเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม แต่ไม่ได้มีการลดผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมจริง

บริการอื่นๆด้านการจัดการขยะจาก GEPP Sa-Ard 

   GEPP เราผลักดันการจัดการขยะด้วย “ข้อมูล” เราทำให้กระบวนการรีไซเคิลและการจัดการขยะมีปลายทางที่ถูกต้องและตรวจสอบได้ ด้วยระบบข้อมูลที่เรามีจะสามารถทำให้เรามีการคัดแยกขยะได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ GEPP Sa-Ard เรายังมีบริการอื่นๆ ที่จะคอยสนับสนุนเรื่องการจัดการขยะอย่างเต็มรูปแบบ 

อบรมให้ความรู้และระบบดูแลจัดการข้อมูลขยะ

   การจัดการขยะที่ดีเริ่มต้นด้วย “การรู้จักขยะของคุณ” และรู้จัก หลักการคัดแยกขยะที่พร้อมประยุกต์ใช้ในชีวิตของคุณทั้งที่ทำงาน และในบ้านของคุณเอง

การดำเนินโครงการเพื่อ “การบริหารจัดการขยะ”

GEPP ช่วยคุณด้วยประสบการณ์ในการร่วมผลักดันโครงการเพื่อ การจัดการขยะ ที่เราสามารถวัดผลได้ชัดเจน

บริการจัดเก็บ และการติดตามปลายทางของขยะ

     GEPP ผสมผสานระบบขนส่งและการทำงานร่วมในเครือข่ายทั้งผู้รับซื้อวัสดุรีไซเคิลจนถึงบริษัท ซึ่งเป็นผู้รีไซเคิลเพื่อให้เราสามารถติดตามวัสดุทุกชิ้นว่าได้ถูกนำไปรีไซเคิลหรือไม่

ทดลองการจัดการข้อมูล ด้วย GEPP Platform

สำหรับคนที่มีความสนใจอยากทดลองใช้ สามารถติดต่อได้ที่ลิงก์นี้ เพื่อทดลองใช้ได้เลย ฟรี!

  • ได้รับมาตรฐานการจัดการขยะโดย GEPP
  • ให้คำปรึกษาในจัดการขยะ
  • สอนการใช้งานระบบ GEPP ผ่านระบบออนไลน์
  • การให้คำปรึกษาในระบบออนไลน์ตลอดการทดลองผ่านระบบออนไลน์โดยผู้เชี่ยวชาญจาก GEPP

หากมีคำถามเพิ่มเติม สามารถสอบถามได้

Tel. : 06-4043-7166

Email : hello@gepp.me

Line : คลิกเพื่อแอดไลน์

Categories
Knowledge

ประเทศไทย เมืองแห่งขยะฝังกลบ

ประเทศไทย เมืองแห่งขยะฝังกลบ

ของเสียในหลุมฝังกลบคิดเป็น 13% ของแหล่งปล่อยก๊าซเรือนกระจก สิ่งที่เกิดขึ้นในสถานที่ฝังกลบถือเป็นภัยครั้งใหญ่ที่สร้างผลกระทบเชิงลบต่อสิ่งแวดล้อมเนื่องจากก่อให้เกิดมลพิษต่อแหล่งอากาศและน้ํารวมทั้งสร้างความเป็นกรดอีกด้วย ปัจจุบันในประเทศไทยมีการฝังกลบขยะอย่างถูกกฎหมาย 70 แห่ง แต่บ่อทิ้งขยะก็ยังคงกระจัดกระจายอยู่มากถึง 1,888 แห่งทั่วประเทศ (1)

จากสถิติในตลอด 9 ปีที่ผ่านมา ยังไม่มีข้อมูลที่แน่นัดที่แสดงถึงความสัมพันธ์ระหว่างจำนวนของขยะที่เพิ่มมากขึ้น กับสิ่งที่เปลี่ยนแปลงในแหล่งทิ้งขยะฝังกลบ อย่างไรก็ตาม เมื่อได้ลองเปรียบเทียบกับทฤษฎี และหลักฐานที่มีอยู่ จะเห็นได้กว่า แหล่งทิ้งขยะฝังกลบมากกว่า 70-80% กลับกลายเป็นส่วนหนึ่งขององค์ประกอบสำคัญในการจัดการขยะในหลากหลายองค์กร

อะไรคือเหตุผลที่อยู่เบื้องหลังตัวเลขเหล่านี้?

จากประสบการณ์ในการทำงานกับชุมชนต่าง ๆ จากหลากหลายแห่ง และการวิเคราะห์ข้อมูล GEPP สามารถสรุปเป็นประเด็นสำคัญได้ ดังนี้

  1. การทำหลุมขยะฝังกลบยังคงเป็นวิธีที่ช่วยลดต้นทุนในการจัดการขยะได้มากที่สุด เมื่อเทียบกับวิธีอื่น ๆ
  2. การทำขยะฝังกลบมีขั้นตอนการจัดการที่มีประสิทธิภาพได้ตลอดเวลา ซึ่งจะเห็นได้จากบริษัทที่ทำเชื้อเพลิงขยะ และบริษัทประเภท Waste-to-Energy
  3. หากพื้นที่ไหนที่ไม่มีแหล่งทิ้งขยะ การสร้างหลุมฝังกลบขยะในพื้นที่เปิดก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย
  4. การทำหลุมฝังกลบขยะยังคงมีปัญหาเรื่องของเจ้าของ และสิทธิในพื้นที่อยู่

 

ทุกคนสามารถมีส่วนร่วมกับเรื่องนี้ได้อย่างไรบ้าง?

เราไม่สามารถปฏิเสธได้เลยว่า มันคงไม่มีวิธีไหนที่จะลดปัญหาของขยะฝังกลบได้ดีที่สุด อย่างไรก็ตาม การเริ่มเปลี่ยนแปลงแนวคิด และระบบของการจัดการขยะ จะสามารถสร้างผลกระทบเชิงบวกให้กับสิ่งแวดล้อมของเราในระยะยาวได้อย่างแน่นอน

  1. ผู้บริโภค และบริษัทต่าง ๆ ควรทำความเข้าใจถึงระบบการจัดการขยะที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
  2. สร้าง Network ที่มากขึ้น เพื่อให้ผู้คนสามารถเข้าถึง และเอื้อระบบการจัดการวัสดุที่สามารถนำไปรีไซเคิลให้มากขึ้นได้ เช่น เสื้อผ้าที่ใช้แล้ว เฟอร์นิเจอร์ต่าง ๆ และเครื่องใช้ไฟฟ้าสภาพเก่า
  3. สุดท้ายแล้ว การแยกขยะจะต้องอาศัยอุปกรณ์ที่จำเป็น เพื่อรวมถึงความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อให้แน่ใจว่าวัสดุที่รีไซเคิลได้สามารถเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลอย่างมีประสิทธิภาพ และเหลือปริมาณที่น้อยที่สุดก่อนที่จะถูกนำไปฝังกลบ

 (1) Pollution Control Department Report, 2021

Categories
Knowledge

Waste Intelligence report Volume 1 (2020)

 GEPP Waste Intelligence Report ปี 2563 ถูกจัดทําขึ้นโดยมีจุดประสงค์เพือเผยแพร่ บทวิเคราะห์ที่ เป็นประโยชน์ ต่อสาธารณะชน บุคคลทั่วไป หน่วยงาน องค์กร บริษัท สถานศึกษา ทีจะได้รับประโยชน์ในการ ศึกษาบทวิเคราะห์ ที่ได้มีการรวบรวมข้อมูล ข้อเท็จจริง ข้อสรุป ข้อเสนอทีมตีอการจัดการวัสดุเหลือทิ้งภายใน ประเทศไทย เพือสรา้ งกรอบแนวคิดใหมใ่ นการหาทางออกของปญหาโดยไม่ต้องเริ่ม จากศูนย์ ทีผู้อ่านสามารถนํา วิธีคิด หลักการ แนวทางในการปฎิบัติไปใช้ประโยชน์ อีกทั้งยังช่วยให้เกิดการสร้างสรรค์สิ่ง ใหม่ในการบริหาร จัดการขยะ โดยมีกรอบการศึกษาเพื่อการจัดการของเสียในอนาคต

Categories
Knowledge

มุมมองของขยะรีไซเคิลและ การจัดการเมืองใหม่

มุมมองสำหรับขยะรีไซเคิลเป็นขยะที่มีคุณค่าและเป็นเพียงส่วนหนึ่งของการที่เราสามารถช่วยสิ่งแวดล้อมให้ดีขึ้นได้ ไม่รบกวนทรัพยากรธรรมชาติ โดยผู้บริโภคต้องให้ความสำคัญกับการดูแลขยะนั้นหลังการใช้งาน ฟังดูเหมือนต้องลำบากและไม่สะดวก อาจเป็นความคิดแรกที่เข้ามาเมื่อเราเริ่มที่จะเปลี่ยนวิถีการใช้ชีวิตประจำวันของตนเองเพราะที่ผ่านมาเราใช้ชีวิตด้วยความสะดวก แต่จริงแล้วมันเป็นเรื่องที่ทุกคนสามารถออกแบบการใช้ชีวิตของเราเองได้ ที่จะเริ่มทำให้ชีวิตของเราสะดวกได้อย่างที่เราเคยเป็น สิ่งแรกที่เราต้องเริ่มคือการทบทวนพฤติกรรมและกิจวัตรประจำวันของเราว่าต่อวันเราต้องทำอะไรบ้างและเราสร้างขยะเพราะอะไร เช่น เรารับประทานอาหารที่เราต้องทิ้งกล่องอาหาร ถุง เราทำงานอะไรสร้างขยะอะไรและ เราเดินทางอย่างไรสร้างมลพิษมากแค่ใหน แต่ละกิจกรรมที่เราทำส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอยู่ตลอดเวลา สิ่งที่กล่าวมานี้เป็นต้นทางสำหรับการสร้างขยะหรือมลพิษที่ส่งผลต่อสิ่งแวดล้อม เราควรที่จะช่วยลด ช่วยใช้ซ้ำและเลือกใช้วัสดุที่สามารถรีไซเคิลได้ มีคำถามที่ตามมาและพบได้บ่อยเมื่อได้ทำการแยกขยะแล้ว รถที่มาเก็บขยะแยกประเภทหรือรวมและนำวัสดุที่เราทำการแยกแล้วไปทำประโยชน์กลับมาเป็นอะไร

ที่มา : theprototype.pim.ac.th, schoolofchangemakers.com/knowledge

จากนโยบายของภาครัฐการดูแลเรื่องสิ่งแวดล้อมในปี 2563–2565 เป็นเรื่องของการฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและการรักษาสิ่งแวดล้อมเพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน ในนโยบายหลักด้านที่ 10 นี้ประกอบด้วย แก้ปัญหาก๊าซเรือนกระจกและผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พัฒนาระบบการจัดการสิ่งแวดล้อมภายใต้แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนและ แก้ใขปัญหาการจัดการขยะและของเสียอย่างมีระบบ ซึ่งในเรื่องของขยะมูลฝอยทำการส่งเสริมการให้ความรู้ตั้งแต่ต้นทางเพื่อให้ครัวเรือนและธุรกิจ สามารถลดปริมาณขยะของตนเองลงได้ ส่งเสริมการใช้ซ้ำ การแยกขยะตั้งเเต่ต้นทางและนำขยะแต่ละชนิดกลับมาใช้ประโยชน์ได้ ซึ่งขยะที่เราพบเห็นในเมืองที่เราอาศัย ทำงาน ความเป็นจริงขยะยังมีในแหล่งน้ำและทะเลอีกด้วยซึ่งทางกรมควบคุมมลพิษ ดูแลการแก้ปัญหาขยะส่วนนี้ทั้งขยะบกและขยะทางทะเล เช่นการลดการใช้โฟม ห้ามการนำเข้าพลาสติกและขยะอิเล็กทรอนิกส์จากต่างประเทศและ มีส่วนร่วมกับจังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ประชาชน และ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อดำเนินการจัดเก็บขยะแหล่งน้ำและทะเล เพื่อทำการลดปริมาณขยะในประเทศทั้งหมด จากนโยบายสามารถตอบคำถามของผู้เกิดคำถามว่าการจัดของภาครัฐเป็นอย่างไร ซึ่งภาครัฐพยายามนำขยะกลับมาใช้ประโยชน์มากที่สุดแต่ต้องมีการจัดการตันทางที่มีคุณภาพเพื่อเชื่อมต่อการจัดการขยะได้ชัดเจนและสามารถไปที่ปลายทางได้อย่างถูกต้อง

จากประสบการณ์การใช้ชีวิตพบเห็นรถเก็บขยะที่ทำการแยกขยะที่หลังรถตอนที่เข้ารับขยะแต่ละจุดที่เป็นจุดรวบรวมขยะของแต่ละพื้นที่และใช้เวลาในการจัดการนาน หลังการเก็บขยะและแยกวัสดุรีไซเคิลแล้วจุดรวบรวมขยะนั้นจะส่งกลิ่นและมีความไม่สะอาดส่งผลต่อสภาพแวดล้อมทางกายภาพของเมืองส่งผลกระทบต่อคนเดินเท้าและผู้อาศัยใกล้เคียง ซึ่งจากปัญหาที่พบเห็นมาจากการที่ไม่มีการแยกที่ต้นทางทำให้กระบวนการทำงานนั้นส่งผลต่อเนื่องถึงกิจกรรมการเก็บของรถเก็บขยะของส่วนกลางที่ต้องทำการแยกก่อนเพราะถ้านำขยะทุกประเภทรวบรวมเข้าไปในรถที่เป็นรถอัดขยะจะทำให้ขยะทุกชนิดรวมกันและเกิดความปนเปื้อนจนทำให้ขยะรีไซเคิลที่มีมูลค่าไม่สามารถนำกลับมาใช้ประโยชน์ต่อ ซึ่งจากตัวอย่างการจัดการขยะในต่างประเทศที่มีความแตกต่าง จะมีการระบุวันในการจัดการขยะแต่ละชนิดชัดเจนและมีข้อบังคับในการจัดเตรียมขยะแต่ละชนิดชัดเจนเพื่อเป็นการช่วยลดภาระของการจัดการขยะของภาครัฐได้อย่างมากและสามารถได้ขยะที่มีคุณภาพสามารถจัดการต่อได้ง่าย เพื่อทำให้ขยะนั้นกลับเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิล หรือการกำจัดขยะนั้นได้อย่างถูกวิถีเพราะแต่ละชุมชนไม่ได้มีแค่ขยะรีไซเคิลแต่ยังมีขยะอันตรายที่สามารถส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมมากจึงต้องมีการกำจัดที่ถูกวิธี เหตุผลของการแบ่งประเภทของขยะเป็นตารางในการเข้ารับแต่ละพื้นที่และแต่ละพื้นที่ก็มีตารางที่แตกต่างกันออกไปนั้น ด้วยกระบวนการจัดการขยะนั้นสิ่งสำคัญคือเรื่องการขนส่งต่อผู้จัดการปลายทางที่ให้เกิดมูลค่าเพิ่ม เมื่อกระบวนการจัดเก็บสามารถวางแผนให้เป็นระบบในแต่ละพื้นที่ได้มีการเชื่อมต่อเครือข่ายการจัดการขยะแต่ละชนิดของแต่ละพื้นที่ทำให้สามารถสร้างมูลค่าของขยะรีไซเคิลหรือขยะประเภทอื่นให้มากขึ้นจากการจัดการขยะต้นทาง ลดงานของพนักงานมาแยกอีกครั้ง ทำให้วัสดุนั้นสามารถส่งตรงเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิล กระบวนการกำจัดขยะ ทำให้การวางแผนเรื่องค่าใช้จ่ายของการจัดการขยะนั้นสามารถเป็นระบบ คาดการณ์สถานการณ์ในอนาคตเพื่อปรับปรุงการสื่อสาร การปฏิบัติงานของแต่ละภาคส่วนได้ ซึ่งจากตัวอย่างที่กล่าวมาสอดคล้องกับการพัฒนาเมืองที่มีแนวคิดเมืองยั่งยืน (Sustainable City) ด้วยแนวคิดเมืองยั่งยืนเป็นแนวคิดที่มีการประชุมในระดับโลกมีการลงนามใน Rio +20 (Earth Summit 2012) โดยออกมาเป็นแผนการปฏิบัติที่ชื่อว่า แผนปฏิบัติการ 21 (Local Agenda 21) เพื่อส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาที่มีความยั่งยืน นับว่าเป็นแผนแม่บทระดับโลกในแผนนี้มีรายละเอียดหลายระดับที่ครอบคลุม เริ่มตั้งแต่ Carbon-Neutral City คือการที่เมืองมีระบบการคิดหักลบปริมาณคาร์บอนที่เกิดขึ้นของเมืองได้และนำไปสู่การพัฒนาเมืองคาร์บอนต่ำได้ มีเรื่องโครงการของเมืองที่ต้องมีพื้นที่สีเขียว มีการจัดการเรื่องของการใช้พลังงานทดแทนในระบบขนส่งสาธารณะภายในเมืองเพื่อให้เกิดความยั่งยืน โดย Local Agenda 21 นี้สามารถแบ่งได้เป็น 2 ด้านคือ 1. The Green Agenda ที่จะคำนึงถึงด้านระบบธรรมชาติเป็นหลัก 2. The Brown Agenda ที่คำนึงถึงมนุษย์ในเรื่องการจัดการเมืองที่น่าอยู่ มีสุขภาพที่ดีของประชาชนซึ่ง 1 ในเรื่องที่อยู่ในด้านนี้คือการจัดการขยะนำกลับมาใช้ใหม่ ทำให้เห็นถึงความสำคัญของการจัดการเรื่องนี้ในระดับโลก ระดับประเทศ และระดับชุมชน ซึ่งหลังจากที่มีกรอบแนวคิดนี้เข้ามาในเมืองไทย หน่วยงานที่เกี่ยวข้องปรับแนวคิดนี้เพื่อให้เข้ากับบริบทของเมืองไทยมากที่สุดและออกเป็นแนวทางในการปฏิบัติในแต่ละโครงการที่เกิดขึ้นในประเทศ

จากมุมมองของขยะรีไซเคิลถึงการพัฒนาเมืองที่อยู่ในระดับโลก มองกลับมาสู่การพัฒนาการจัดการขยะในระดับเมืองของเมืองไทยยังขาดการเชื่อมต่อการจัดการขยะให้ถึงปลายทางอย่างมีประสิทธิภาพด้วยกระบวนในส่วนนี้ต้องมีการมีส่วนร่วมจากหลายภาคส่วนของแต่ละพื้นที่และมีปัจจัยที่แตกต่างกันหลายระดับในแต่ละพื้นที่ทำให้กระบวนการที่เป็นกรอบแนวคิดและให้แต่ละพื้นที่ทำการพัฒนาของตนเองเกิดขึ้นได้ยาก จึงมีความคิดเห็นว่าการเริ่มการพัฒนาเรื่องการจัดการขยะนั้นเป็นการวางระบบภาพรวมทั้งประเทศเข้าด้วยกันเพื่อสามารถส่งเสริมการเชื่อมต่อการจัดการขยะที่ปลายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่วนที่ต้นทางในแต่ละพื้นที่สามารถทำได้จากผู้นำชุมชนหรือการช่วยเหลือจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน เพื่อสนับสนุนองค์ความรู้ให้แพร่กระจายไปได้มากที่สุด หลังจากมีการปฏิบัติตั้งแต่ต้นทางอย่างมีประสิทธิภาพแล้วและสามารถนำส่งสู่ปลายทางได้อย่างมีระบบต้องมีการจัดเก็บเรื่องของข้อมูลของทุกการจัดการที่เกิดขึ้นในแต่ละพื้นที่เพื่อในระดับประเทศ ระดับชุมชน สามารถมีแผนงานในการพัฒนาได้ชัดเจนเพื่อให้เกิดผลลัพธ์เป็นรูปธรรม ไม่ได้เป็นแค่เรื่องตนเองอีกต่อไปแต่สิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติ เป็นเรื่องของทุกคนที่อยู่ในสังคมต้องช่วยเหลือกันจากการเลือกที่จะใช้ชีวิต

แหล่งที่มาของข้อมูล

  1. (ร่าง) แผนปฏิบัติราชการระยะ 3 ปี (2563–2565) ของกรมควบคุมมลพิษ
  2. การประเมินองค์ความรู้ด้านเมืองยั่งยืนในประเทศไทย, สำนักประสานงานชุดโครงการเมืองยั่งยืน ฝ่ายสวัสดิภาพสาธารณะ, สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย

เกี่ยวกับผู้เขียน

ศศิน ถวิลประวัติ หรือพี่โตน เป็น Chief Operating Officer (COO) ที่ เก็บสะอาด พื้นฐานเป็นสถาปนิกเชี่ยวชาญด้านการออกแบบผังเมือง แต่มีความตั้งใจที่จะแก้ปัญหาขยะในประเทศมากกว่าเลยนำแนวคิดแบบ Macro View ที่ใช้กับการออกแบบผังเมืองมาประยุกต์หาวิธีการแก้ปัญหาขยะให้กับบริษัทในประเทศ

Categories
Knowledge

How do school do for recycling? Intangible benefit or behavior forming and passing changes to their home.

The school will start soonly. We wanted to share our experience with school waste management and kids. Waste sorting needs to start with kids. We would have seen many schools now are starting to work hard on this. Thailand now is growing on the international school market since 2019. Many schools just start operation in mid-2019, so it would be a good opportunity for us to build this knowledge to our children. Through our experiences, we found cases that would be a best practice in terms of how to start. Schools are more than just educated and be better in their own waste management, But it would help pass on knowledge to their house with activities.

Waste Management Activities in schools we found divided in to:

1. Internal waste management — To manage those waste from daily activities with infrastructure bins and collection systems.

2. Activities waste management — Waste Bank is an example of activity in school. It’s work by play and learning process so kids can trade their pre-sorted recyclable for gifts. But those recyclable must be clean. Self Food composting is also a very good activity and helps reduce food waste significantly.

3.Reuse and Recycle program — Many initiatives in school to start producing an upcycling product from students. That we found the product could be from plant pots to upcycling skateboard. And Food waste to compose to use in school’s garden.

These methods need to have a supply to support such as teacher working team, Student leading team. Or even school staff to help support these systems. What is the result that we would expect?

Early learning. Activities create the opportunity for kids to learn and live in a good environment of waste management and form their behavior from a young. And also passing knowledge of how and why we have to sort our waste.

Behavior change. Passing this behavior to their home and family is the key to impact this change to our society. Most parents in these examples said that they have to help their kids to sort for recyclable. So these are a great opportunity

Cost efficiency. Management right will helps school manage their cost in the longterm to prevent cost as a business operation.

The school is one of a place that can create a lot of waste daily so we can have this as our opportunity to supporting kids to learn to save our planet, Passing this impact and knowledge to their family. And get more cost efficiency in your waste management

GEPP Author:
Dome is the Co-founder and CMO of GEPP. He is passionate about building a better world through better waste management thinking method. He is specialized and experienced in implementing waste management goals, infrastructure change advisory for better waste management.

Categories
Knowledge

Happy new year 2021! Be safe and keep on recycling.

2020 was particularly a year of tremendous challenges, but even in this difficult situation, our team at GEPP was working side by side with companies to improve their reporting and driving better results.

Despite this year’s challenges, 55% of our clients have been able to keep their recycling rate over the benchmark of 35%. And the biggest change we found is a company that has improved its recycling rate from 11% to 58% within less than a year. This is clear evidence that managing waste toward zero landfills is possible — you just need the commitment to take action!

This type of change can seem daunting, but we have learned that you just need to break down the process into three clear stages — Start, Maintain, and Report.

Start: When you are getting started on improving your waste management operations, you’re likely to encounter three key problems:

1. Lack of knowledge in waste segregation. Many companies tend spend a lot of time on deciding how bins should look like instead of how best our staff can sort waste.

2. Challenges in finding the right collector or service provider. Once your waste has been sorted, you may find it hard to find a reliable collector or you may need more than one collector to satisfy all your special collection needs.

3. Limited resources: Companies have many ESG goals that they have to accomplish in one year with so many projects at hand, but their sustainability teams are often understaffed or under resourced.

Maintain: Once your project has gotten started, you need to do even more to maintain the momentum to achieve your final goals:

1. Setting targets and delivering. As companies start to take waste management seriously and want to set up their measurable targets, they often lack information and make it hard to set clear commitments about the numbers they will be able or should achieve.

2. Communication. Most companies fail to communicate regularly enough (usually by the start and end of the campaign), may not communicate directly to the right audience, or don’t know what data they should use.

3. Crisis situations. COVID-19 has inevitably impacted all businesses, as well as all stakeholders in the recycling chain. Some collectors stopped their business because of the crisis, which in turn interrupts offices’ ability to sort waste and recycle their waste without this essential service.

Report. Trust building is such a fundamental driver in engaging all stakeholders. Oftentimes, companies tell the “too good to be true” results that bring more questions than appreciation.

1. Data tracking. Companies are often overwhelmed by the amount of waste management data they need to track, especially when faced a shortage of resources and only manual tools for tracking. Discipline can do so much without the right tool and automation.

2. Target setting. Most companies don’t know which data to use to set relevant targets that truly measure environmental impact that make a difference for their businesses.

From our engagements, we have identified that the most essential factor that comes across in the three stages is your ability to manage your waste data and in a way that it can serve the different purposes as your project progresses. Reliable and auditable data set gives insight and shapes up the right purposes of your transformation program. It begs the right questions while gives the right answers towards sustainability.

GEPP Sa-Ard is the owner of GEPP waste segregation standards and GEPP IoT-based waste data management platform that help companies achieve real results and impact in their efforts to reduce waste. Please feel free to contact us for product inquiries at geppthailand@gmail.com.

GEPP Author:

Dome is the Co-founder and CMO of GEPP. He is passionate about building a better world through better waste management thinking method. He is specialized and experienced in implementing waste management goals, infrastructure change advisory for better waste management.